ไทย I Eng
   
   
 
ปริญญาโท
> ความเป็นมา
> การคัดเลือกผู้เข้าศึกษา
> หลักสูตร
> วิทยานิพนธ์
> สำหรับนักศึกษาปัจจุบัน
> กิจกรรม

ความเป็นมา

หลักสูตรสตรีศึกษาในระดับปริญญาโทนั้นเกิดขึ้นโดยความร่วมมือของสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร (ส.บอ.) เเละโครงการสตรีเเละเยาวชนศึกษาที่เล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องผลักดันให้มีหลักสูตรมหาบัณฑิตสาขาสตรีศึกษาขึ้นในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงเวลานั้นยังไม่มีการเปิดหลักสูตรดังกล่าวในมหาวิทยาลัยใดเลย ประกอบกับสภาพปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสตรีและเยาวชนได้ทวีความรุนแรงและสลับซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นจึงมีการยกร่างหลักสูตรควบคู่กันไปกับการจัดกิจกรรมอื่น ๆ ของโครงการสตรีและเยาวชนศึกษา เช่น การจัดประชุมวิชาการประเพณีสตรีศึกษาและการจัดทำวารสารวิชาการด้านสตรีศึกษา
                   
สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงอนุมัติให้เปิดหลักสูตรโดยให้เป็นโครงการพิเศษตามระเบียบโครงการบริหารสังคมของหน่วยงานในมหาวิทยาลัย พ.ศ.2540 โดยดำเนินการเปิดรับนักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2544 เป็นต้นมา และให้อยู่ภายใต้การบริหารงานแบบทวิภาคีระหว่างสำนักบัณฑิตอาสาสมัคร และ โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา
         
และนับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2549  เป็นต้นมา หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสตรีศึกษา ได้ย้ายมาอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของวิทยาลัยสหวิทยาการ  โดยความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นการรวมโครงการศึกษา 3 โครงการเข้าด้วยกัน  ได้แก่ระดับปริญญาตรีสาขาวิชาสหวิทยาการทางสังคมศาสตร์ ระดับปริญญาโทสาขาสตรีศึกษา และระดับปริญญาเอกสาขาสหวิทยาการ          
 
จนถึงปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ผลิตมหาบัณฑิตด้านสตรีศึกษาไปแล้วจำนวนมาก จึงอาจถือได้ว่าวิทยาลัยสหวิทยาการเป็นแหล่งรับและผลิตมหาบัณฑิตสาขาสตรีศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

วัตถุประสงค์


1. เพื่อผลิตมหาบัณฑิตที่มีทักษะในการวิเคราะห์วิจารณ์ปรากฏการณ์ทางสังคมจากแนวคิดและมุมมองแบบสตรีนิยม  ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบทบาทและความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างเพศที่สะท้อนผ่านปัญหาเศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมอันสลับซับซ้อน

2. เพื่อมหาบัณฑิตสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพในภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ  รวมทั้งมีศักยภาพในการสร้างงานของตนเองหรือศึกษาต่อในระดับสูง

3. เพื่อสร้างและสั่งสมองค์ความรู้ใหม่ด้านสตรีและบทบาทหญิงชายในบริบทสังคมไทย

4. เพื่อกระตุ้นให้นำความรู้ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน  การศึกษาวิจัยและการให้บริการวิชาการแก่สังคม